5 ตำนานหงส์แดง ผู้พลิกชะตาทีมจากยุคมืดสู่เรืองรอง

เมื่อคำว่าตำนานจะเกิดถูกหล่อหลอมขึ้นในช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุด บิลล์ แชงค์คลี่ย์ เคยสอนให้เราเชื่อในแอนฟิลด์ แม้จะรอมายาวนานกว่า 30 ปี แต่ เยอร์เก้น คล็อปป์ ได้ส่งต่อคำนั้น ทลายความสงสัยและพาให้แฟน ๆ จงเชื่อมั่น นำความเชื่อนั้นกลับมาอีกครั้ง ผ่านนักเตะรู้มือ คู่ใจ และฝ่าฟันทุกอุปสรรคจนคว้ารางวัลมาได้ทุกรายการ

จากยุคสู่ยุค ตำนานสู่ตำนาน นี่คือเรื่องราวของ 5 ยอดนักเตะลิเวอร์พูล ที่พวกเขาไม่ได้ก้าวมาพร้อมความยิ่งใหญ่แต่ดั้งเดิม แต่ใช้จิตวิญญาณที่สวมเสื้อหงส์แดง พลิกชะตาตัวเองและนำพาสโมสรให้กลับมาเรืองรองอีกครั้ง ตำนานคนไหนที่คุณคงศรัทธาพวกเขาในฝีเท้า ตามไปดูกันเลย 

คิง เอียน : จากโนเนมดิวิชั่น 2 สู่ 346 ประตู

ว่าไปใครจะเชื่อว่าเด็กหนุ่มจากทีมเล็ก ๆ อย่างเชสเตอร์ ในดิวิชั่น 2 วันนึงจะได้ก้าวขึ้นมาเป็น ดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของลิเวอร์พูลที่ยากจะหาคนมาเทียบชั้น ด้วยสถิติ 346 ประตู จาก 660 ที่ลงเล่น ใช่แล้วหนึ่งเดียวคนนี้ที่เรากำลังพูดถึง เอียน รัช

ตำนานลิเวอร์พลู

รัชย้ายมาในปี 1980 ด้วยค่าตัวสูงจนทำให้หลายคนสงสัยในฝีเท้าจากทีมเชสเตอร์ในดิวิชั่น 2 และต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากในยุคของโค้ช บ็อบ เพสลีย์ โดย 8 เกมแรกของเขาจบลงโดยไม่มีประตูเลย แต่รัชคือตัวอย่างของคนที่เปลี่ยนความสงสัยให้เป็นสถิติ

ตลอด 15 ฤดูกาลในรั่วที่แอนฟิลด์ รัชคว้าแชมป์กับหงส์แดงได้รวม 19 รายการ ซึ่งรวมถึงแชมป์ลีก 5 สมัย และยูโรเปี้ยนคัพ 2 สมัย วาดลวดลายการเล่นสไตล์ “นักล่า”ที่พร้อมถล่มประตูทุกจังหวะ มีความเร็วสูงที่ซ่อนสัญชาตญาณคมกริบรอออกมาทลวงตาข่าย บวกกับการเพรสซิ่งที่หนักหน่วง การทำได้ถึง 82 แอสซิสต์ แสดงให้เห็นว่าเขาไม่เพียงแต่ยิงประตูได้อย่างเดียว แต่ยังมีส่วนร่วมกับเกมมากอีกด้วย  

คิง เคนนี่ : ตำนานเบอร์ 7 หนึ่งเดียวคนนี้

ตำนานลิเวอร์พลู

ในปี 1977 การจากไปของ เควิน คีแกน ทำให้ทั้งแอนฟิลด์ดูสิ้นหวัง จนกระทั่งการมาของ ดัลกลิช คือการเดิมพันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดและช่วยจุดแสงสว่างให้กับทีมอีกครั้ง 

ตลอด 13 ฤดูกาล ในฐานะนักเตะ เขาลงเล่นให้หงส์แดงไปทั้งหมด 515 นัด ยิงได้ 172 ประตู และทำไปอีก 108 แอสซิสต์ เป็นสัญลักษณ์ของอัจฉริยะฟุตบอล ใช้ไหวพริบ ความคิดสร้างสรรค์ และวิสัยทัศน์อันเฉียบคมนำทีมคว้าแชมป์ยุโรปได้ตั้งแต่ปีแรกที่มาถึง “คิง เคนนี่” คือผู้นำทีมคว้าแชมป์รวม 13 รายการ ในฐานะผู้เล่น (รวมถึงแชมป์ลีก 6 สมัย และยูโรเปี้ยนคัพ 3 สมัย) และยังเพิ่มอีก 8 รายการในฐานะผู้จัดการทีม/ผู้เล่น-ผู้จัดการทีม ครบเครื่องของคนคนหนึ่งที่จะสร้างผลงานระดับสูงให้กับสโมสรสักหนึ่งแห่ง ดัลกลิช คือที่สุดแบบไร้ผู้เทียบเทียม

หัวใจแห่งอิสตันบูล: สตีเวน เจอร์ราร์ด ผู้กอบกู้ในยามที่มืดมิด

ตำนานลิเวอร์พลู

ก่อนยุคคล็อปป์ ลิเวอร์พูลต้องอยู่ในช่วงเวลาที่แสนมืดมน การคว้าแชมป์ลีกดูเหมือนความฝันอันไกลโพ้นที่ยากเกินแฟน ๆ จะฝันถึง แต่มีชายคนหนึ่งยืนหยัดอย่างไม่ย่อท้อเพื่อรักษาศรัทธานั้นไว้ เขาคือ สตีเวน เจอร์ราร์ด กัปตันผู้ยิ่งใหญ่ของเรา

เจอร์ราร์ดคือ ผู้นำจิตวิญญาณแห่งแอนฟิลด์ เขารับเอาความผิดหวังของแฟนบอลทั้งโลกมาไว้บนบ่า และก้าวลงสนามพร้อมพลังทำลายล้าง ความเป็นผู้นำวิ่งไม่หยุด วิ่งนำเพื่อน วิ่ง วิ่ง และวิ่ง พร้อมอาวุธครบมือระดับคุณภาพทั้งการยิงไกล หรือการวางบอลที่แม่นยำ เลี้ยงบอลฝ่าคู่แข่ง พี่เจิดมีครบเกินกว่าที่นักฟุตบอลอาชีพคนจะทำได้ 

ที่ตราตรึงที่สุดคือค่ำคืนปี 2005 ที่อิสตันบูล เมื่อเขาจุดประกายการคัมแบ็กครั้งประวัติศาสตร์ในฐานะผู้นำ เขาคือผู้ที่สอนให้เราทุกคนไม่ยอมแพ้ แม้ในวันที่โลกจะหันหลังให้แล้วก็ตาม จงวิ่งเข้าใส่ทุกอุปสรรค

เดอะ อียิปต์ คิง โม ซาลาห์ ผู้ฉีกทุกสถิติและก้าวข้ามทุกความคาดหวัง

ตำนานลิเวอร์พลู

หากจะพูดถึงการกลับมาผงาดของลิเวอร์พูลในยุคปัจจุบัน ชื่อของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ คือหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญที่ไม่อาจมองข้ามได้ เขาย้ายมายังแอนฟิลด์ด้วยป้ายราคาที่ไม่สูงมากนัก และหลายคนยังจำภาพเขาในฐานะตัวสำรองที่ล้มเหลวกับเชลซีได้ดี จนมีเครื่องหมายคำถามติดมาพร้อมกับป้ายชื่อของเขาว่า จะไหวไหมกับการแก้มือในบอลอังกฤษที่แอนฟิลด์

แต่ผลที่ได้มันเกินคาด ซาลาห์ ลงเล่นไปแล้วมากกว่า 350 นัด ยิงประตูไปแล้วกว่า 211 ประตู และทำไปมากกว่า 89 แอสซิสต์ ให้กับลิเวอร์พูล (ข้อมูล ณ ปัจจุบัน) เขาทำลายสถิติการทำประตูในพรีเมียร์ลีกตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่มาถึง คว้าดาวซัลโวถึง 3 สมัย และพาทีมคว้าแชมป์สำคัญได้ครบทุกรายการ โดยเฉพาะแชมป์พรีเมียร์ลีกที่รอคอยมานานกว่า 30 ปี ด้วยความเร็วจัดจ้าน การเลี้ยงที่พริ้วไหว และการจบสกอร์ที่เฉียบคม ซาลาห์ก้าวขึ้นมาเป็น “ราชาแห่งอียิปต์” และสัญลักษณ์ของยุคทองแห่งแอนฟิลด์ภายใต้การนำของคล็อปป์อย่างแท้จริง

เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์: จากเด็กเก็บบอล สู่สัญลักษณ์ของเมือง

เรื่องราวของ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ (TAA) คือเทพนิยายที่นักฟุตบอลรุ่นหลังต้องจดจำ เริ่มต้นจากการเป็นเด็กเก็บลูกบอลที่สนามแอนฟิลด์ เป็นเด็กฝึกหัด และเติบโตขึ้นมาเพื่อเป็นผู้กำหนดเกมรุก ของทีมภายใต้การคุมทีมของคล็อปป์

ตำนานลิเวอร์พลู

TAA คือหนึ่งในไม่กี่คนแห่งยุคสมัยในฐานะ “ฟูลแบ็กเพลย์เมกเกอร์” กับความสามารถในการวางบอลระดับเวิลด์คลาส เปลี่ยนจังหวะทีมจากรับเป็นลุ้นได้ประตู จนเป็นกองหลังคนแรกในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกที่ทำแอสซิสต์เกิน 10 ครั้งได้ถึง 4 ฤดูกาล 

สถิติรวมของเขาในฐานะนักเตะลิเวอร์พูลนั้นน่าประทับใจ ด้วยการลงสนามมากกว่า 300 นัด ทำไปแล้วกว่า 18 ประตู และมี 85+ แอสซิสต์ (เฉพาะในรายการหลัก) ผลผลิตแห่งศรัทธาของคล็อปป์ ลูกรัก เด็กปั้น และความหวังที่คล็อปป์ไม่เคยสงสัยในฝีเท้า แม้เกมรับจะไม่ได้สมบูรณ์ 100% อย่างแบ็คขวาทั่วไป แต่สิ่งที่ทดแทนคือโอกาสชนะของทีมที่เขามักสร้างให้ได้ทุกวินาทีที่ยืนอยู่ในสนาม 

นักเตะทั้ง 5 คนนี้ คือหลักฐานที่บอกกับโลกฟุตบอลว่า ลิเวอร์พูล ไม่ได้สร้างตำนานจากเงินทอง แต่สร้างขึ้นจาก จิตวิญญาณที่ไม่มีวันยอมแพ้ และการเดินทางจากจุดที่ต่ำที่สุด สู่แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์

คำถามสำหรับ The Kop: ใครคือคนที่ 6 ที่คุณคิดว่ามี “จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้” นี้ และจะกลายเป็นตำนานบทต่อไป?

Leave a Reply